16 วิธี การรักษาผิวหนังไหม้จากแดด ให้ผิวไม่เสีย

By Admin Sat, 17 May 2014 12:15
16 วิธี การรักษาผิวหนังไหม้จากแดด ให้ผิวไม่เสีย

ผิวไหม้จากแสงแดด เป็นหนึ่งในปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นหลังจากที่คุณสาวๆออกไปทำการตากแสงแดดแรงๆในเวลากลางวันเป็นระยะเวลานานๆ โดยที่ไม่ได้ทำการป้องกันโดยการทาครีมกันแดด หรือปกป้องผิวจากเสื้อผ้าแขนยาว ร่ม หรือการสวมหมวก จนทำให้เกิดอาการไหม้แดดขึ้นบนผิวหนัง

โดยเฉพาะคุณสาวๆ ที่มีผิวขาว ผิวจะบางกว่าคนที่มีผิวสีคล้ำ และก็จะมีความไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ ซึ่งเจ้าปัญหา ผิวไหม้จากแสงแดด เป็นหนึ่งในสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาจากคุณสาวๆ อย่างยิ่ง

สำหรับคนที่เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นมาแล้วนั้น ก็ควรที่จะมาทำความเข้าใจ และรู้จักกับวิธีการรักษาผิวไหม้ที่ถูกต้อง เพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา ที่จะช่วยรักษาผิวให้กลับไปเนียนใสได้เหมือนเดิมอย่างง่ายๆ ดังต่อไปนี้


เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ผิวหนังกำลังมีอาการไหม้จากแสงแดด...??


อาการเบื้องต้นของการแพ้แดด จะเริ่มต้นจากอาการคัน และแสบผิว จนสามารถที่จะรู้สึกได้ถึงความร้อนที่เกิดขึ้นในบริเวณผิวของตัวเอง เมื่อเกิดอาการดังกล่าวขึ้นแนะนำว่า ให้รีบหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ทันที เพราะผิวหนังไม่สามารถรับมือจากแสงแดดได้แล้ว

ถ้าหากยังคงพยายามฝืนทำกิจกรรมดังกล่าวต่อไป ก็จะทำให้ผิวหนังเกิดอาการไหม้จากแสงแดดขึ้นได้ ซึ่งอาการของผิวไหม้จากแสงแดด คือ เมื่อเลิกทำกิจกรรมกลางแจ้งใหม่ๆ ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีแดง และมีอาการแสบผิวเป็นอย่างมาก เมื่อผ่านไปสักหนึ่งวันผิวจะกลายเป็นสีคล้ำ และเริ่มมีอาการคัน พร้อมกับมีผิวหนังลอกออกมาเป็นขุยๆ

 

วิธีการรักษาผิวไหม้อย่างถูกวิธี



 
สำหรับวิธีการรักษาผิวที่ไหม้คล้ำเสียจากแสงแดดมีอยู่มากมายหลายวิธี ซึ่งคุณสาวๆสามารถเลือกนำเฉพาะวิธีที่ตัวเองสนใจไปประยุกต์ใช้ได้ ดังต่อไปนี้

1. การอาบน้ำเย็น เป็นการช่วย Cool Down ผิวหนังและร่างกายของคุณสาวๆให้เย็นลง เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว ให้นำผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นมาทำการประคบตามตัว โดยเน้นในบริเวณที่ผิวหนังมีอาการไหม้จากแสงแดด

2. อาบน้ำนม สำหรับคุณสาวๆที่มีอ่างอาบน้ำที่บ้าน สามารถทำการเทนมจืดใส่เอาไว้ในอ่างแล้วทำการนอนแช่ได้เลย หรืออาจจะใช้วิธีนำผ้าขนหนูไปซับกับน้ำนม แล้วนำไปประคบผิวหนังบริเวณที่เกิดอาการไหม้ได้เช่นเดียวกัน

[BINDING:13] 
3. ทาผิวด้วยโยเกิร์ตแช่เย็น นำโยเกิร์ตแช่เย็น มาทาในบริเวณผิวที่ไหม้ ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงค่อยทำการล้างออกด้วยน้ำสะอาด
        
4. ประคบผิวด้วยข้าวโอ๊ต
นำข้าวโอ๊ตบดละเอียดมาห่อในผ้าขาวบาง หรือผ้าอะไรก็ได้ที่มีลักษณะบางๆ จากนั้นนำไปแช่เอาไว่ในน้ำเย็นสักครู่ แล้วนำผ้าที่ห่อข้าวโอ๊ตเปียกน้ำมาประคบในบริเวณผิวที่มีอาการไหม้ โดยสามารถทำซ้ำได้ทุกๆ 4-6 ชั่วโมง


5 .ว่านหางจระเข้ นำวุ้นด้านในของว่านหางจระเข้ที่ทำการล้างยางออกจนหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาทำการทาถูในบริเวณที่ถูกแสงแดดเผา

6. ประคบผิวด้วยถุงชา นำถุงชาที่ไม่ใช้แล้วไปแช่ในน้ำเย็น จากนั้นให้นำถุงชาไปวางประคบบนใบหน้า จะเป็นการช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนที่เกิดขึ้นตามผิวได้เป็นอย่างดี


7. น้ำมันมะพร้าว นำสำลีไปชุบน้ำมันมะพร้าว แล้วทาไปในบริเวณที่ผิวมีการไหม้ จะช่วยทำให้รอยไหม้ค่อยๆจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ

8. ทาครีมกันแดดอย่างต่อเนื่อง ครีมกันแดดนอกจากจะช่วยในการปกป้องผิวจากแสงแดด แต่ก็ยังมีสรรพคุณในการรักษาอาการไหม้ของผิวจากแสงแดดอีกด้วย เมื่อเกิดอาการไหม้ของผิวจากแสงแดด ให้ทำการทาครีมกันแดดในบริเวณนั้นต่อไปอีก 2 สัปดาห์ พร้อมกับพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด ผิวจะเกิดการผลัดเซลล์ผิวเก่าทิ้งไป ผิวหนังชั้นใหม่ที่เกิดขึ้นมาแทนก็จะกลับมาเนียนใสได้เหมือนเดิม


9. น้ำส้มสายชู นำผ้าขนหนูมาชุบน้ำส้มสายชู แล้วไปวางทับไว้ในบริเวณผิวที่เกิดอาการไหม้ขึ้น

10. น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ นำผ้าขนหนูมาชุบน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์แล้วไปวางทับไว้ในบริเวณผิวที่เกิดอาการไหม้ขึ้น

11. แตงกวา นำแตงกว่ามาหันให้เป็นชิ้นบางๆ แบ้สรำไปวางไว้ตามจุดต่างๆของผิวที่มีอาการไหม้เกิดขึ้น วิตามินและความเย็นจากแตงกวาจะช่วยเยียวยาผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดให้แข็งแรงขึ้น

12. น้ำผึ้ง นำน้ำผึ้งไปทำการทาในบริเวณที่ผิวหนังมีอาการไหม้ หรืออาจจะทำการผสมกับน้ำมะนาว หรือนมสด

13. การทานวิตามินซี วิตามินซีจะช่วยทำให้ผิวที่กำลังอ่อนแอไหม้เสียจากแสงแดด เกิดการฟื้นฟูให้กลับมาแข็งแรงได้ดังเดิมอย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยควรทำการรับประทานวิตามินซีควบคู่ไปกับครีมบำรุงผิวไปสักประมาณวันละ 3,000 มิลิกรัม


14. มะเขือเทศ นำมะเขือเทศมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วทำการวางไปตามบริเวณผิวหนังที่เกิดอาการไหม้ วิตามินและความเย็นในมะเขือเทศจะช่วยเยียวยาให้ผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น


15. ประคบด้วยก้อนน้ำแข็ง นำก้อนน้ำแข็งเล็กๆมาทำการประคบผิวหนังที่มีอาการไหม้ ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวหนังเกิดความอ่อนนุ่ม ปิดรูขุมขน และบรรเทาอาหารปวดแสบปวดร้อนที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

16. เบกกิ้งโซดา นำเบกกิ้งโซดาปริมาณ 1-2 ถ้วยตวง ผสมใส่ลงในอ่านน้ำสำหรับแช่ตัว หรือละลายเบกกิ้งโซดาลงในน้ำเย็น เพื่อใช้ในการฉีดผิว

การรักษาอาการผิวไหม้เสียจากแสงแดด เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และควรรีบทำการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าหากปล่อยเวลาให้ผ่านพ้นเลยไปนาน ปัญหาผิวเหล่านี้อาจจะเกิดการสะสมกันมากขึ้น จนกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่มากขึ้น อย่างเช่น การเกิดมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น

 

CONTENT RELATES

POPULAR COLUMNS
  • 5 ประโยชน์อันน่าอัศจรรย์ของ ดอกคำฝอย

    ดอกคำฝอย เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่คนทั่วไปรู้จักกันดี แต่กลับไม่ค่อยมีคนเข้าใจเกี่ยวกับสรรพคุณอันน่าอัศจรรย์ที่แท้จริงของมัน ในการดูแลสุขภาพด้านต่างๆของมนุษย์ได้อย่างยอดเยี่ยม READ MORE

  • เซ็กส์มัดใจชาย พร้อมจุดไฟรักของคุณแล้วหรือยัง

    คุณสาวๆหลายคนอาจมองว่า “เซ็กส์” เป็นเพียงหน้าที่ จึงมักนอนนิ่งปล่อยให้ฝ่ายชายทำตามที่ใจต้องการให้เสร็จๆไป แต่ที่จริงแล้ว การทำเช่นนั้น อาจจะได้ผลในช่วงแรกๆ ที่รสชาติความรักยังหวานซึ้งอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานๆเข้า จนความรักจืดจางลง หลายครั้งที่ฝ่ายชายเกิดความเบื่อหน่าย กับความซ้ำซาก ไร้รสชาติ ที่เก READ MORE

  • เคล็ดลับการใช้ อายเจล บำรุงผิวรอบดวงตาให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

    ผิวรอบดวงตา เป็นพื้นที่ที่มีความบอบบางสูง และควรได้รับการดูแล บำรุง ฟื้นฟู เป็นพิเศษ ซึ่งหนึ่งในวิธีการดูแลสุขภาพผิวรอบดวงตาที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ การใช้ อายเจล นั่นเอง ส่วนเหตุผลที่มำให้อายเจล ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนั้น เนื่องจากเนื้อเจล ภายในผลิตภัณฑ์ อายเจล มีน้ำหนีกเบา READ MORE

  • เคล็ดลับบำรุงผิว รอบดวงตา อย่างง่ายๆ ใครก็ทำได้

    หลายคนอาจจะไม่เคยคิดว่า ผิวบริเวณ รอบดวงตา ทั้งสองข้าง มีพื้นที่รวมกันถึง 1 ใน 10 ของผิวหน้าโดยรวม ซึ่งผิว รอบดวงตา เป็นบริเวณที่บอบบางสูง แถมยังเต็มไปด้วยต่อมน้ำมันรอบดวงตา ที่ส่งผลทำให้ผิว รอบดวงตา มีแนวโมที่จะเกิดริ้วรอยขึ้นได้อย่างง่ายก่อนวัยอันควร หากละเลยไม่ใส่ใจในการบำรุงรักษาเท่าที่ควร นอกจา READ MORE

 Loading...