Healthy Daily

สารพัดสาระเพื่อการดูแลสุขภาพ จากครอบครัว Ovolva

โรค รูมาตอยด์ รักษาอย่างไรให้ขาด

โรค รูมาตอยด์ รักษาอย่างไรให้ขาด
         สวัสดีครับ คุณผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกับครอบครัว Ovolva.com กันอกกครั้งกับเรื่องราวดีๆที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ที่ผมได้ไปทำการสรรหามาฝากเป็นข้อมูล เพื่อให้คุณผู้อ่านมีสุขภาพที่ดี ยาวนานมากยิ่งขึ้น สำหรับเรื่องราวในวันนี้ เกี่ยวกับ โรค รูมาตอยด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคที่เกี่ยวข้องกับข้อเสื่อม ที่พบบ่อยมากจนเรียกได้ว่าเป็นอันดับสองในกลุ่มผู้ป่วยเลยทีเดียว ส่วนโรค รูมาตอยด์ นั้นจะเกิดขึ้นจากสาเหตุใด แล้วสามารถทำการรักษาได้อย่างไรนั้น สามารถติดตามอ่านได้จากบทความชิ้นนี้กันได้เลยครับ

โรค รูมาตอยด์ คืออะไร?
         รูมาตอยด์ เป็นโรคที่การเจริญของเยื่อบุข้อมากผิดปกติ จนลุกลามและทำลายกระดูกและข้อให้เสียหายในที่สุด ซึ่งพบบ่อยมากเป็นลำดับที่ 2 ของโรคข้อเสื่อมที่พบบ่อยที่สุด อาการระยะแรกผู้ป่วยจะทุกข์ทรมานจากข้ออักเสบหลายข้อพร้อมกัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ข้อจะเคลื่อนหลุด ผิดรูป และเกิดภาวะทุพพลภาพขึ้นในที่สุด

รูมาตอยด์
 
วิธีการรักษา โรค รูมาตอยด์ อย่างได้ผลดีมากที่สุด
         1.รักษาด้วยยา ยาที่ใช้ในการรักษาประกอบไปด้วยยาบรรเทาอาการปวด ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ขนาดต่ำ ยาต้านข้ออักเสบรูมาตอยด์ปรับเปลี่ยนการดำเนินโรค และสารชีวภาพ ในปัจจุบันแพทย์จะใช้ยาเหล่านี้ร่วมกันโดยมีจุดมุ่งหมายในการควบคุมโรคให้สงบ (ไม่มีข้ออักเสบหลงเหลืออยู่) หรือมีภาวะข้ออักเสบระดับต่ำเกือบสงบ โดยก่อนพิจารณาเลือกใช้ยาแพทย์จะทำการประเมินสุขภาพร่างกายโดยรวมของผู้ป่วย (การตรวจเลือดและภาพรังสี) โดยเลือกตามความเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

         2.รักษาด้วยวิธีการที่ไม่ใช้ยา ได้แก่ การปฏิบัติตัว การใช้วิธีการทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู การบริหารร่างกายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ และคง/เพิ่มองศาการเคลื่อนไหวของข้อ การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในชีวิตประจำวัน การใช้กายอุปกรณ์และอุปกรณ์เสริม สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดและส่งเสริมให้ข้อสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ 

รูมาตอยด์

         3.รักษาด้วยการผ่าตัด จะพิจารณาทำในรายที่ข้อมีการผิดรูปอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถใช้ข้อทำงานได้อย่างปกติ หรือข้อถูกทำลายอย่างมาก ทั้งนี้ เพื่อให้ข้อสามารถกลับมาทำงานใหม่ได้อย่างเหมาะสม แต่หลังจากผ่าตัดมักมีการทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย

         หลังจากที่ได้ทำการอ่านข้อมูลในเบื้องต้นไปแล้ว เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายๆคน คงจะเริ่มมองเห็นภาพรวมแล้วว่า โรค รูมาตอยด์ เกิดขึ้นจากสาเหตุใด และมีวิธีการรักษาอย่างไรให้หายขาดได้อย่างรวดเร็วมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากอาการ โรค รูมาตอยด์ รุนแรงมากขึ้นก็อย่ามัวแต่รีรอ ขอแนะนำให้รีบไปรับการปรึกษา และรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้รวดเร็วมากที่สุด เพื่อเป็นการควบคุมดูแล ไม่ให้ โรค รูมาตอยด์ ไม่เกิดการลุกลามมากขึ้นกว่าเดิม
ถ้าชอบก็บอกต่อด้วยนะคะ:

Posted by ครอบครัว Ovolva

ติดตามสาระและข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ความงามและการดูแลร่างกายได้ทุกวัน ด้วยสาระด้านสุขภาพและการดูแลตนเองสดใหม่ทุกวัน

Related Posts: