Healthy Daily

สารพัดสาระเพื่อการดูแลสุขภาพ จากครอบครัว Ovolva

สาเหตุที่ทำให้เกิด สิวที่คาง และวิธีรักษาอย่างได้ผล

สาเหตุที่ทำให้เกิด สิวที่คาง และวิธีรักษาอย่างได้ผล
         “สิวที่คาง” เป็นหนึ่งในปัญหาที่รบกวนใจของใครหลายคน เพราะนอกจากความโดดเด่น ดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ได้พบเห็นแล้ว ยังปิดซ่อนได้ยากมากกว่าสิวประเภทอื่นๆ ยังไม่นับเรื่องของควมเจ็บปวดที่มักเกิดขึ้นจากอาการอักเสบ ที่กลายมาเป็นของแถมตัวร้าย ที่ทำให้หลายๆคนต้องพลอยปวดหัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในวันนี้ ครอบครัว Ovolv.comจะขออาสาพาคุณผู้อ่านทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหา สิวที่คาง รวมไปถึงวิธีการรักษาอย่างได้ผลด้วยตัวเองกันครับ

สิวที่คาง เกิดขึ้นจากสาเหตุใดบ้าง
?
         1.ฮอร์โมน เป็นเบื้องหลังการเกิด สิวที่คาง และบริเวณขากรรไกร ฮอร์โมนเหล่านี้ จะกระตุ้นการผลิตน้ำมันในผิว ที่ทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตัน จนกระทั่งกลายมาเป็น สิวที่คาง ในที่สุด
         2.ผิวหน้าสัมผัสกับความร้อน แสงแดด มลพิษจากสิ่งแวดล้อมทั้งทางทางน้ำและอากาศ
         3.อาการแพ้น้ำ แพ้เหงื่อ


 
         4.ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะกับสภาพผิว หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีฟองมากจนเกินไปห
         5.ใช้น้ำอุ่นล้างหน้าบ่อยครั้งเป็นประจำมากจนเกินไป
         6.การเช็ดถูหน้าแรงๆ หรือรบกวนใบหน้ามากจนเกินไป
         7.การเช็ดถูหน้าแรงๆ
         8.เชื้อรา P.OVALE หรือยีสต์บางชนิด ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวที่คางได้เช่นกัน

วิธีการรักษา สิวที่คาง อย่างง่ายๆ ด้วยตัสคุณเอง
         หลังจากที่ได้ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญาห สิวที่คาง กันไปแล้วในตอนต้น คราวนี้ มาดูวิธีการรักษา สิวที่คาง กันบ้าง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นวิธีที่ง่ายๆ ที่สารถทำได้ด้วยตัวเองทั้งสิ้น

         1.ลดการรบกวนต่อผิวหน้าให้น้อยที่สุด เช่น การนวดหน้า การขัดหน้า หรือเช็ดถูหน้าบ่อยๆ

         2.ล้างหน้าเฉพาะที่จำเป็น หรือบริเวณที่ผิวมัน เพราะการล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้สิวที่คางหรือสิวผดรุนแรงมากขึ้นได้ โดยควรล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า และหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ล้างหน้า ที่สำคัญไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้า ควรล้างหน้าไม่เกิน 2-3 ครั้งต่อวัน


         3.หากเกิดจากการแพ้แชมพูยาสระผม ทุกครั้งที่สระผมจำเป็นต้องล้างน้ำหลายๆครั้งจนมั่นใจว่าไม่มีคราบแชมพูตกค้างอยู่

         4.รับประทานผักและผลไม้ ที่มีกากใยและวิตามิน ช่วยระบบขับถ่าย หรือดื่มน้ำคลอโรฟิลด์

         5.ลดหรือหลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่ระคายเคืองผิวเช่น การใช้ยารักษาสิวประเภท RetinoicAcid,Benzoyel Peroxide AHA, BHA เป็นต้น

         6.ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และใช้ครีมกันแดดทุกครั้งที่ต้องออกนอกบ้าน โดยเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15-30 และมีค่า PA++ เป็นอย่างน้อย

            การรักษา สิวที่คาง และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นด้วยตัวเองนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ยาก แต่สิ่งที่ยากจริงๆ คือ ความเอาใจใส่ และความสม่ำเสมอในการปฎิบัติตัวเพื่อจัดการกับปัญหา สิวที่คาง มากกว่า ขอเพียงแค่คุณผู้อ่าน ทำตามคำแนะนำในข้างต้น พร้อมกับหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง รับรองว่าปัญหา สิวที่คาง จะกลายเป็นเพียงอดีต ที่แสนไกลเท่านั้นเองครับ
 
ถ้าชอบก็บอกต่อด้วยนะคะ:

Posted by ครอบครัว Ovolva

ติดตามสาระและข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ความงามและการดูแลร่างกายได้ทุกวัน ด้วยสาระด้านสุขภาพและการดูแลตนเองสดใหม่ทุกวัน

Related Posts: