Healthy Daily

สารพัดสาระเพื่อการดูแลสุขภาพ จากครอบครัว Ovolva

วิธีรักษาอาการ กล้ามเนื้ออ่อนแรง

 วิธีรักษาอาการ กล้ามเนื้ออ่อนแรง
         สวัสดีครับ คุณผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกับ ครอบครัว Ovolva.com กันอีกครั้งนะครับ กับเรื่องราวดีๆที่เกี่ยวกับสุขภาพและความงาม สำหรับเรื่องราวในวันนี้ เกี่ยวกับอาการ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคที่ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคนต้องยากลำบากอย่างมากเลยทีเดียว ส่วนรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับ กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีอะไรกันบ้างนั้น สามารถติดตามอ่านได้จากบทความชิ้นนี้กันเลยครับ

อาการ กล้ามเนื้ออ่อนแรง คืออะไร

         กล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นโรคชนิดหนึ่ง ภาษาอังกฤษเรียกว่า Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS) หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ประสาทซึ่งอยู่ในสมองและไขสันหลัง ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อต่างๆตายหรือเสื่อมสภาพ โดยการเสื่อมสภาพของเซลล์ประสาทเหล่านี้มักจะค่อยๆเกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัว กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวจริงๆก็เมื่อเกิดผลกระทบที่ชัดเจนแล้ว เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง ขยับแขนขาไม่ได้ ขาแขนลีบ พูดไม่ได้ เป็นต้น

กล้ามเนื้ออ่อนแรง

         จากสถิติทั่วโลกพบว่า มีผู้ป่วยโรคนี้ไม่มากนัก โดยในประชากร 100,000 คน จะพบคนป่วยโรคนี้เพียง 4-6 คนเท่านั้น ขณะที่ในประชากร 100,000 คน จะมีโอกาสพบผู้ป่วยรายใหม่ เพียง 1.5-2.5 คนต่อปี โดยพบในผู้ที่มีอายุมากๆ เพราะอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยโรคนี้อยู่ระหว่าง 60-65 ปี และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 1.5 เท่า สำหรับข้อมูลในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคนี้ราว 3,000 คน ซึ่งถือว่าจำนวนผู้ป่วยยังไม่มากนัก แต่นับได้ว่าเป็นโรคที่น่ากลัว เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดนั่นเอง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง รักษายังไง
         อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่าโรค กล้ามเนื้ออ่อนแรง รักษาให้หายได้หรือไม่ และด้วยวิธีการใด คำตอบที่น่ากลัวก็คือในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ โดยร้อยละ 50 ของผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉลี่ยจะเสียชีวิตหลังจากมีอาการในระยะเวลาประมาณ 2 ปี มีประมาณร้อยละ 50 ที่จะมีชีวิตอยู่ได้ราว ๆ 5 ปี และมีแค่ร้อยละ 10 เท่านั้นที่อาจมีชีวิตอยู่ได้ 8-10 ปี

กล้ามเนื้ออ่อนแรง

         อย่างไรก็ดี ยังมียาชนิดหนึ่งที่ได้รับการยอมรับโดยองค์การอาหารและยาแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อว่า ไรลูโซล (Riluzole) ให้สามารถใช้กับผู้ป่วยโรคนี้ได้ เพราะยาจะไปออกฤทธิ์ต่อต้านสารกลูตาเมต ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทชนิดหนึ่งที่ถ้ามีมากเกินไปจะทำให้เกิดการตายของเซลล์ ยาตัวนี้จึงจะไปช่วยลดการทำลายเซลล์ประสาทในไขสันหลังและสมองได้ แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่สามารถช่วยทำให้อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงดีขึ้น ทำได้เพียงช่วยยืดอายุของผู้ป่วยออกไปได้อีกราว ๆ 3-6 เดือน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว แพทย์จึงต้องรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาลดน้ำลาย ยาแก้อาการท้องผูก ทำกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด การฝึกพูด ฝึกกลืน หากผู้ป่วยกลืนอาหารไม่ได้ก็ต้องใส่สายยางให้อาหาร และถ้าเหนื่อยหอบ หายใจเองไม่ได้ แพทย์ก็จะใช้เครื่องช่วยหายใจอีกทาง

         นอกจากวิธีการต่างๆ ที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในข้างต้น การดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากอาการ กล้ามเนื้ออ่อนแรง คุณผู้อ่านยังสามารถทำได้ด้วยการเสริมสุขภาพภายใน ผ่านการกระตุ้นฮอร์โมนภายในร่างกาย ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งฮอร์โมนที่คุณควรให้ความใส่ใจมากที่สุด คือ โกรทฮอร์โมน (Human Growth hormones) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งวัยเจริญพันธุ์ของมนุษย์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมไร้ท่อในสมอง เป็นฮอร์โมนแห่งการเจริญเติบโต ที่ได้รับฉายาว่า “น้ำผุแห่งความเยาว์” เพราะมีผลต่อความอ่อนเยาว์ ความกระฉับกระเฉงของร่างกาย บำรุงระบบการทำงานภายในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหา กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ดีมากยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหา กล้ามเนื้ออ่อนแรง ได้เป็นอย่างดี
    


 
ถ้าชอบก็บอกต่อด้วยนะคะ:

Posted by ครอบครัว Ovolva

ติดตามสาระและข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ความงามและการดูแลร่างกายได้ทุกวัน ด้วยสาระด้านสุขภาพและการดูแลตนเองสดใหม่ทุกวัน

Related Posts: