Healthy Daily

สารพัดสาระเพื่อการดูแลสุขภาพ จากครอบครัว Ovolva

วิธีดูแลแผลเป็น เพื่อลดรอยแผลเป็น

วิธีดูแลแผลเป็น เพื่อลดรอยแผลเป็น


         เมื่อผิวเกิดอาการการบาดเจ็บขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากการผ่าตัด อุบัติเหตุ หรือรอยสิว ผิวของคุณจะมีการสมานตัวเยียวยา ฟื้นฟู ตัวเองด้วยกระบวนการตามธรรมชาติ แต่เกือบทุกคนก็มักที่เกิดปัญหารอยแผลเป็นขึ้นบนผิวชั้นนอกตามมาในภายหลัง ด้วยลักษณะของเส้นรอยแผลเป็นแบนๆ หรือยกนูนขึ้น ซึ่งอาจจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนหรือมองเห็นไม่ชัดก็ได้ แน่นอนว่า ไม่มีใครอยากให้เจ้ารอยแผลเป็นปรากฏขึ้นบนผิวของตัวเองไม่ว่าจะในส่วนใดของร่างกาย และคงอยากที่จะรีบหาวิธีการจัดการกับรอยแผลเป็นให้เลือนหายไปจากผิวของตัวเองอย่างรวดเร็วมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ แต่ช้าก่อน ก่อนที่คุณจะเรียนรู้วิธีการรักษารอยแผลเป็น สิ่งแรกที่คุณควรทำก่อนเป็นอันดับแรกคือ การเรียนรู้รูปแบบของรอยแผลเป็น เพื่อให้ทราบความเหมาะสมในการดูแลผิวที่บาดเจ็บ เพื่อลดโอกาสในการเกิดรอยแผลเป็นให้น้อยลง ดังต่อไปนี้เสียก่อน ตามคำแนะนำของ ครอบครัว Ovolva.com ดังต่อไปนี้ ครับ
 
รอยแผลเป็น

รอยแผลเป็น ดูแลเสียตั้งแต่เนิ่นๆ หายได้ ไม่ยาก


รอยแผลเป็น คือ อะไร?
         รอยแผลเป็น ที่ปรากฏขึ้นบนผิวชั้นนอกนั้น เป็นผลมาจากกระบวนการที่ซับซ้อนในขณะที่ผิวได้พยายามกู้คืนความเสียหายของผิวเมื่อเกิดบาดแผลขึ้น ซึ่งรูปแบบของรอยแผลเป็นนั้นมักจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวที่แตกต่างกัน และการเยียวยาดูแลบาดแผลอย่างไร ก่อนที่มันจะขึ้นรูปกลายมาเป็นแผลเป็น โดยผิว จะต้องผ่านกระบวนการซ่อมแซมตัวเองก่อนที่จะกลายเป็นรอยแผลเป็น ในระยะแรกรอยแผลจะมีอาการบวมแดง ปวด และมีการตกสะเก็ด โดยเนื้อเยื่อใหม่จะทำการเรียงซ่อมแซมตัวเองใหม่อยูใต้สะเก็ดเหล่านั้น

วิธีการดูแลแผลเป็น เพื่อลดรอยแผลเป็น
         ถ้าหากคุณรู้วิธีการจัดการดูแลแผลเป็นอย่างถูกต้อง คุณก็จะสามารถลดรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้น้อยลงได้อย่างไม่ยาก ด้วยวิธีแนะนำ ดังต่อไปนี้
         1.ให้แผลหายใจให้มากที่สุดท่าที่จะเป็นไปได้ พยายามอย่าพอกผิวที่เกิดบาดแผลด้วยครีมน้ำมัน หรือวิตามินอีแบบผง เพราะสารเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดการอุดตันที่เป็นอุปสรรคอย่างมากในกระบวนการรักษาตัวเองของเนื้อเยื่อตามธรรมชาติ
         2.อย่าแช่ผิวบริเวณที่บาดเจ็บในน้ำ หรือปล่อยให้แผลเปียกเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากทำให้ประสิทธิภาพในการตกสะเก็ดลดน้อยลง อีกทั้งยังเป็นการบั่นทอนความรวดเร็วในการก่อตัวของผิวหนังชั้นใหม่ใต้สะเก็ดแผลให้ช้าลงอีกด้วย
         3.ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่อ่อนโยน ไม่สะอาดมากจนเกินไป และไม่ขัดมัน
         4.หลังทำความสะอาดแผล คลุมพื้นที่บาดแผลด้วยผ้าพันแผลที่อากาศสามารถไหลเวียนผ่านได้อย่างสะดวก
         5.หลังจากเกิดบาดแผลได้สองวัน ใช้เจลครีมบำรุงผิวที่มีเนื้อน้ำหนักเบา หรือเซรั่มที่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมในการช่วยกระตุ้นการรักษาผิวทาลงไปยังผิวบริเวณที่บาดเจ็บเบาๆ หรืออาจจะทาเพื่อบรรเทาอาการคันที่เกิดขึ้นกับแผล แต่ห้ามเกาโดยตรงที่บาดแผลอย่างเด็ดขาด
         6.หลีกเลี่ยงการให้แผลสัมผัสกับแสงแดด เพื่อป้องกันไม่ให้บาดแผลถูกทำร้ายมากขึ้น
         7.เปลี่ยนผ้าพันแผลในเวลากลางคืน และห้ามปล่อยให้ผ้าพันแผลเปียกชื้นเด็ดขาด
         8.ห้ามแกะสะเก็ดแผลอย่างเด็ดขาด ควรปล่อยให้มันหลุดลอกตัวไปเองตามธรรมชาติ เพราะการแกะสะเก็ดอาจจะทำให้ผิวเกิดบาดแผลลึกมากขึ้นกว่าเดิม

 
รอยแผลเป็น

         แม้ว่าคุณจะปฎิบัติตัวตามวิธีการดูแลแผลเป็น ที่ได้แนะนำไปแล้วในตอนต้น แต่โอกาสของผิวที่ถูกทำร้ายเสียหายจากปัจจัยอื่นๆ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาแผลเป็น ขึ้นได้อยู่ดี สำหรับใครที่กำลังมองหาครีมบำรุงผิวที่มีประสิทธิภาพช่วยในการแก้ไข ลดเลือนปัญหาแผลเป็น เราขอแนะนำผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว Vivee Skin Repair Cream ที่พร้อมช่วยบำรุง ฟื้นฟู และผลัดเซลล์ผิว แก้ไขปัญหาแผลเป็น ให้ค่อยๆลดน้อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ

เห็นไหมล่ะว่า รอยแผลเป็น ที่หลายๆคนกลัว สามารถเลือนหายได้ อย่างรวดเร็วเช่นกัน


 

         ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวกาย Vivee Skin Repair Cream กับประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการช่วยซ่อมแซม ฟื้นฟู และบำรุงทุกสภาพผิวได้อย่างอ่อนโยน เคลียร์ครบจบลบทุกปัญหากวนใจด้านผิวพรรณอย่างง่ายๆ เปลี่ยนผิวกายของคุณให้ เรียบ เนียน ชวนมอง ราวกับเป็นคนใหม่ บอกลาปัญหารอยแผลเป็น ผิวแตกลาย รอยเหี่ยวย่น แห้งกร้าน และปัญหาผิวหนังไก่กวนใจอย่างได้ผล ในขั้นตอนเดียว
ถ้าชอบก็บอกต่อด้วยนะคะ:

Posted by ครอบครัว Ovolva

ติดตามสาระและข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ความงามและการดูแลร่างกายได้ทุกวัน ด้วยสาระด้านสุขภาพและการดูแลตนเองสดใหม่ทุกวัน

Related Posts: