Healthy Daily

สารพัดสาระเพื่อการดูแลสุขภาพ จากครอบครัว Ovolva

วิธีจัดการปัญหา ข้อเสื่อม ด้วยการกินๆ และกิน

วิธีจัดการปัญหา ข้อเสื่อม ด้วยการกินๆ และกิน
         สวัสดีครับ คุณผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกับ ครอบครัว Ovolva.com ผู้รอบรู้ในเรื่องราวมากมายที่เกี่ยวกับสุขภาพกันอีกแล้วนะครับ และแน่นอนครับว่าในวันนี้ ผมจะต้องมีเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับสุขภาพมาเป็นของฝากกันอย่างแน่นอน  ซึ่งเรื่องที่ผมหยิบมาฝากคุณผู้อ่านในวันนี้ เกี่ยวกับอาการ ข้อเสื่อม ที่สร้างความเจ็บปวด ยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันของคุณผู้อ่านหลายๆคน แต่ทราบหรือไม่ครับว่าที่จริงแล้ว อาการ ข้อเสื่อม นั้น สามารถที่จะบำรุง ดูแล รักษา ให้อาการลดน้อยลงได้ โดยเพียงแค่การ กิน กิน และกิน เท่านั้นเองครับ ตอนนี้เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายคนอาจจะเริ่มสงสัยกันแล้วว่า เพียงแค่การกิน จะช่วยจัดการกับปัญหา ข้อเสื่อม ได้อย่างไรกันบ้างนั้น สามารถติดตามอ่านได้จากบทความชิ้นนี้กันเลยครับ

ปัจจัยที่นำไปสู่อาการเกิดปัญหา ข้อเสื่อม
         แน่นอนว่าสาเหตุอันดับต้นๆที่ทำให้ข้อเสื่อมก็คือ การเสื่อมของเนื้อเยื้อและอวัยวะต่างๆในร่างกาย ซึ่งแปรเปลี่ยนไปตามอายุขัย ทั้งนี้ ยังมีผลการศึกษาพบว่า โรคข้อเสื่อมอาจเป็นผลมาจากสาเหตุทางพันธุกรรม และสาเหตุอื่นๆที่อาจมีส่วนร่วมในการเกิดโรคข้อเสื่อม ได้แก่ การใช้ข้อทำงานมากเกินไป หรือเป็นภายหลังการเกิดข้ออังเสบชนิดอื่นๆ รวมถึงภาวะน้ำหนักเกิน หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า “อ้วน” ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงวัยเจริญเติบโต แม้จะไม่ใช่สาเหตุหลักของโรคข้อเสื่อม แต่ก็เป็นตัวส่งเสริมให้มีโอกาสเป็นได้มากขึ้น


         ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้โรคข้อเสื่อมพบได้มากในผู้สูงอายุ ซึ่งอาจเป็นผลจากการใช้ข้อทำงานมากเกินไป และเนื้อเยื้อเสื่อมตามกาลเวลา นอกจากนี้ในรายที่เคยมีอุบัติเหตุ ต่อข้อ พบว่ามีโอกาสเกิดข้อเสื่อมตามมาได้มากขึ้น ฉะนั้นแล้ว อาการข้อเสื่อมจึงเป็นเหมือนสิ่งที่ทุกคนควรระแวดระวัง

อยากหายขาดจากอาการ ข้อเสื่อม กินอะไรถึงจะดี
         แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากรับประทานยารักษา เพราะต่างก็ทราบถึงผลข้างเคียงของตัวยาที่ใช้ และเพื่อเป็นการบำรุงรักษาอาการข้อเสื่อมให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยอาหารที่คุณควรรับประทานมากที่สุดก็คือ “แคลเซียม” ซึ่งไม่ใช่ว่ารอให้ ข้อเสื่อม ก่อนแล้วจึงรับประทานแคลเซียม แต่ควรรับประทานตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะเมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไป เพราะแคลเซียมจะช่วยในเรื่องของความหนาของกระดูก นอกจากนั้นยังมีประโยชน์กับฟัน การแข็งตัวของเลือด การเต้นของหัวใจ กล้ามเนื้อ โดยคนเราจะต้องการแคลเซียม 800–1,500 มิลลิกรัม


 
         นอกจากแคลเซียมแล้ว ยังควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีสูง อาทิ ปลา ไข่แดง เห็ด เป็นต้น และควรได้รับแมกนีเซียมในปริมาณมาก โดยรับประทานพวกผักใบเขียว ถั่วธัญพืชต่างๆ รวมถึงการรับประเต้าหู้ ถั่วเหลือง ที่มีทั้งโปรตีนและกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งจะทำงานร่วมกัน และลดการเสื่อมสลายของกระดูกได้เป็นอย่างดี กระนั้นก็ดี สารอาหารเหล่านี้สามารถรับประทานในรูปแบบอาหารเสริมก็ได้ แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี

         นอกเหนือจากเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกายที่ถูกต้อง เป็นประจำสม่ำเสมอ ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้ข้อมีความยืดหยุ่น และปกป้องกระดูกข้อเสื่อม ที่สำคัญคือควรพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยลดอาการปวดได้


 
ถ้าชอบก็บอกต่อด้วยนะคะ:

Posted by ครอบครัว Ovolva

ติดตามสาระและข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ความงามและการดูแลร่างกายได้ทุกวัน ด้วยสาระด้านสุขภาพและการดูแลตนเองสดใหม่ทุกวัน

Related Posts: