Healthy Daily

สารพัดสาระเพื่อการดูแลสุขภาพ จากครอบครัว Ovolva

วิตามิน ที่ช่วยป้องกันอาการ ตาพร่า ตามัว มีอะไรบ้าง

วิตามิน ที่ช่วยป้องกันอาการ ตาพร่า ตามัว มีอะไรบ้าง
         สวัสดีครับ คุณผู้อ่านทุกท่าน กลับมากับ ครอบครัว Ovolva.comกันอีกครั้ง กับบทความเรื่องราวสาระต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และความงามโดยเฉพาะ สำหรับในวันนี้ เรื่องราวที่ผมอยากนำมาเสนอให้ทุกท่านอ่าน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพด้านดวงตา ที่คนในยุคปัจจุบันเป็นกันมากอย่าง ตาพร่า ตามัว แต่หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงปัญหาที่เกิดขึ้นชั่วคราว ปล่อยทิ้งเอสาไว้ก็คงจะหายได้เอง แต่ที่จริงแล้วความคิดเหล่านั้นถือว่าอันตรายอย่างมาก เพราะถ้าหากปล่อยอาการ ตาพร่า ทิ้งเอาไว้ โดยไม่ใส่ใจที่จะดูแลอย่างถูกต้องแล้ว ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาทางสายตาอีกหลายประการตามมาเลยทีเดียว


 
อาการ ตาพร่า คืออะไร?
         ตาพร่า หรืออาการตาแห้ง จะทำให้คุณรู้สึกตาฝืด ตาแห้ง เหมือนกับมีอะไรบางอย่างมากระทบกับลูกนัยต์ตาอยู่ตลอดเวลา จนจำเป็นที่จะต้องกระพริบตาถี่ๆ โดยอัตโนมัติ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหล่านั้นขึ้น เป็นเพราะเกิดความผิดปกต้ขึ้นกับน้ำตา ที่เข้ามาช่วยทำการหล่อเลี้ยงให้ความชุ่มชื้นกับดวงตา วมไปถึงทำการฉาบบนกระจกดวงตา เพื่อให้การมองเห็นชัดเจนเป็นปกติ สำหรับอาการ ตาพร่า เป็นสิ่งที่สามารถพบว่าเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ แต่มักพบบ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะในวัยที่หมดประจำเดือนไปแล้ว ที่มีระดับของฮอร์โมนในร่างกายลดน้อยลงมากกว่าปกติ โอกาสในการเกิดปัญหา ตาพร่า นี้ จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่ร่วงโรยมากขึ้นอีกด้วย

วิตามิน แร่ธษตุอะไรบ้าง ที่ช่วยในการบำรุงดวงตา ให้ห่างไกลจากอาการ พร่ามัว?
         1.วิตามินอี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 250 มิลลิกรัม
         2.เบต้าแคโรทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 5000 IU
         3.สังกะสี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 25 มิลลิกรัม
         4.ซีแซนทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 500 ไมโครกรัม
         5.ซีลีเนียม ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 ไมโครกรัม
         6.ลูทีน ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 10 มิลลิกรัม
         7.แคลเซียม ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 500 มิลลิกรัม


 
         8.วิตามินบี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 2 มิลลิกรัม
         9.กรดโฟลิก ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 800 ไมโครกรัม
         10.โอเมก้า 3 ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 2000-3000 มิลลิกรัม
         11.Cysteine N-acetyl ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 มิลลิกรัม
         12.กรดอัลฟ่าไลโปอิค ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 100 มิลลิกรัม
         13.วิตามินซี ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 250 มิลลิกรัม

         วิตามิน และแร่ธาตุเหล่านี้ มีความสำคัญอย่างมากในการช่วยบำรุง ป้องกันอาการ ตาพร่า ตามัว โดยสามารถที่จะได้รับวิตามินเหล่านี้ ผ่านทางการทานอาหารตามปกติทั่วไปในชีวิตประจำวัน ซึ่งหมายความว่า คุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องทานอาหารให้มีความหลากหลาย เพื่อให้ได้รับแร่ธาตุที่ช่วยในการบำรุงดวงตาอย่างครบถ้วน แต่ถ้าหากใครไม่สามารถหาอาหารเหล่านี้มาทานได้ การเลือกทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริม อย่างเหมาะสมเอง ก็นับเป็นตัวเลือกทีไม่เลวเลยทีเดียว
ถ้าชอบก็บอกต่อด้วยนะคะ:

Posted by ครอบครัว Ovolva

ติดตามสาระและข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ความงามและการดูแลร่างกายได้ทุกวัน ด้วยสาระด้านสุขภาพและการดูแลตนเองสดใหม่ทุกวัน

Related Posts: