Healthy Daily

สารพัดสาระเพื่อการดูแลสุขภาพ จากครอบครัว Ovolva

ทำความรู้จักกับ รอยแผลเป็นคีลอยด์

ทำความรู้จักกับ รอยแผลเป็นคีลอยด์
       สำหรับรอยแผลเป็นคีลอยด์นั้น หลายคนอาจจะเคยเห็นกันมาบ้างแล้วแต่อาจยังไม่ทราบว่ามีชื่อเรียกว่าอย่างไร ซึ่งลักษณะของเจ้ารอยแผลเป็นแบบคีลอยด์นั้นจะมีลักษณะนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ได้เป็นอันตรายใดๆ กับร่างกาย โดยบางรายอาจจะมีความรู้สึกคัน หรือระคายเคืองได้จากรอยแผลเป็นคีลอยด์ ซึ่งสาเหตุของการเกิดแผลเป็นชนิดนี้ก็มาจาก การที่เราเกิดมีบาดแผลขึ้นบนร่างกายไม่ว่าจะในบริเวณใดก็ตาม แล้วร่างกายพยายามที่จะผลิตสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาทดแทนบริเวณนั้น รวมทั้งการสร้างคอลลาเจนมาช่วยให้ผิวพรรณแต่ผลก็คือร่างกายผลิตเนื้อเยื่อและคอลลาเจนออกมามากจนเกินไป ทำให้กลายเป็นแผลเป็นคีลอยด์ขึ้นมานั่นเอง



    ลักษณะเด่นของรอยแผลเป็นแบบคีลอยด์นั้นไม่เพียงแต่มีความนูนออกมาจากผิวเพียงอย่างเดียว แต่หากลองสังเกตดูจะพบว่าผิวที่เป็นรอยแผลเป็นคีลอยด์นั้นจะไม่มีขนและเป็นผิวเรียบเงามันมองเผินๆ คล้ายกับยาง เมื่อกดหรือเกาจะไม่รู้สึกเจ็บ แต่หากมีการเสียดสีเข้ากับเนื้อผ้าบางชนิดอาจจะทำให้คันและระคายเคืองได้ โดยปกติแล้วการเป็นรอยแผลเป็นคีลอยด์นั้นจะใช้เวลาไม่แน่นอน บางรายอาจจะเป็นเดือนและในบางรายก็อาจจะเป็นปีเลยทีเดียว นอกจากนี้เจ้ารอยแผลเป็นชนิดนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับคนเกือบทุกวัยตั้งแต่ 10-30 ปี ส่วนใครที่เคยมีความเข้าใจว่ารอยแผลเป็นคีลอยด์นั้นจะเกิดขึ้นจากบาดแผลใหญ่ๆ เช่นแผลผ่าตัด แผลถูกไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก และโรคอีสุกอีใส เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว รอยแผลเป็นชนิดนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับบาดแผลในทุกกรณี แม้แต่การหกล้มเป็นแผลถลอกเล็กน้อยก็ตาม

    ในส่วนของการรักษารอยแผลเป็นแบบคีลอยด์นั้นสามารถทำได้หลายกรณีด้วยกัน ทั้งการผ่าตัด การฉีดคอร์ติโซนสเตียรอยด์ การเลเซอร์ หรือแม้แต่การใช้ครีมทาผิวสำหรับลบรอยแผลเป็นก็สามารถทำได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการเลือกวิธีการรักษาของแต่ละคนว่าต้องการแบบใด และเมื่อเกิดบาดแผลขึ้นแล้วไม่อยากให้กลายเป็นรอยแผลเป็นคีลอยด์ก็ควรปิดแผลเอาไว้และหมั่นทำความสะอาด หรือใช้เจลซิลิโคนแปะที่บริเวณเกิดแผลหลังจากหายแล้วประมาณ 2-3 เดือน รวมทั้งหลีกเลี่ยงไม่ให้บริเวณที่เป็นแผลเผชิญแสงแดดในแต่ละวันอีกด้วย เพียงเท่านี้โอกาสที่จะเกิดรอยแผลเป็นแบบคีลอยด์ก็จะลดลงได้แล้ว


 
ถ้าชอบก็บอกต่อด้วยนะคะ:

Posted by ครอบครัว Ovolva

ติดตามสาระและข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ความงามและการดูแลร่างกายได้ทุกวัน ด้วยสาระด้านสุขภาพและการดูแลตนเองสดใหม่ทุกวัน

Related Posts: